2005/Dec/21

บล็อคโน้นก็ฟิคบล็อคนี้ก็ฟิค.. เอามั่ง

จริงๆวันนี้กะจะปล่อยEntry ล้างวาย เขียนเสร็จตั้งแต่เมื่อวานแล้วด้วย แต่อยู่ๆ ความมืด (2ตัวท่าน) ก็เข้าครบงำ เลยเปลี่ยนเป็นนี่แทน.. วันหลังค่อยมาล้าง..

งานเเขียนอันแรกที่เขียนเป็นภาษาไทย ส่วนใหญ่เวลาคิดออกมามันกลายเป็นเป็นภาษาอังกฤษแล้วต้องมาแปลมาอีกที เพราะงั้นอาจจะฟังดูขัดๆ วิจารณ์ได้แต่ห้ามด่า

จะแต่งจบป่าวไม่รู้นะ 555+ ถ้ากลัวค้างอย่าอ่าน

Smile:Prologue

แสงแดดอ่อนๆที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่างทำให้ฉันค่อยๆลืมตามาขึ้นและกวาดสายตามองสิ่งรอบๆตัวที่ต่างไปจากทุกเช้า ก็อย่างเช่น ห้องนอนที่ต่างไปจากห้องนอนในหอของสภา กลิ่นโคโลนจ์อ่อนๆที่ไม่คุ้นเคย หรือแผ่นหลังของเด็กสาวผู้กำลังหลับสนิทที่ชั้นกำลังโอบกอดราวกับต้องการจะปกป้อง

ชั้นค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นโดยระวังไม่ให้เธอตื่น และเดินออกจากห้องเล็กๆใต้หลังคาของร้านสหกรณ์โรงเรียน ที่ๆชั้นมักจะมาเวลาต้องการอยู่คนเดียว ที่ๆแม้แต่ประธานหรือมินาโมะยังเคยไม่ก้าวเข้ามา ไม่ซิที่ๆใครไม่ควรเข้ามา โดยเฉพาะมินาโมะต่างหาก แต่เช้านี้หลายๆอย่างดูจะเปลี่ยนไป

หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเรียบร้อย ชั้นก็สวมชุดนักเรียนชุดเดียวกับเมื่อวาน และเดินกลับมานั่งลงข้างเตียงเพื่อมองหน้าอันสงบของเด็กสาวที่ยังคงหลับอยู่ต่อไปอีกนิด

ชั้นหัวเราะเบาๆเมื่อเห็นเธอยิ้มกับตัวเองทั้งๆที่ยังหลับอยู่อยู่ แต่เสียงหัวเราะกลับเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเศร้าๆ เมื่อนึกได้ว่าใครเป็นคนที่เธอกำลังคิดถึง รอยยิ้มแบบที่ชั้นไม่เคยให้ใครเห็น

เธอขยับตัวเล็กน้อยเหมือนกำลังจะตื่นขึ้น ชั้นจึงทักด้วยน้ำเสียงร่าเริงที่บางครั้งแม้แต่ตัวชั้นเองก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเป็นเสียงของใคร อรุณสวัสค่ะ

สีหน้าของเด็กสาวข้างหน้าชั้นค่อยๆเปลี่ยนไปจากสลึมสลือเป็นงงเป็นตกใจและดูเหมือนจะเสียใจน้อยๆแต่พยายามจะซ่อนไว้ เมื่อเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนค่อยๆผุดขึ้นในความทรงจำของเธอ

คุณเซย์นะ.. เสียงเธอพึมพำเหมือนจะเตือนสติตัวเองมากกว่าพูดกับชั้น

หลับสบายมั๊ยคะ ชั้นถามด้วยท่าทางที่ร่าเริงเหมือนปกติ

เอ่อ.. เธอพูดในขณะที่ค่อยๆลุกขึ้นนั่ง มือขวายังคงกอดผ้าห่มไว้กับอก

ชั้นหัวเราะเบาๆกับท่าทางที่กำลังเขินอายของเด็กสาวข้างหน้าที่ยังคงอ้ำอึ้งเหมือนพยายามจะพูดอะไรซักอย่าง คงมีน้อยคนนักที่รู้ว่าเธอคนนี้ มีด้านนี้อยู่ด้วย แถมยังน่ารักมากซะอีก

คือเรื่องเมื่อคืน.. เธอรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีอยู่ พูดออกมาด้วยเสียงที่แผ่วเบาจนชั้นแทบจะไม่ได้ยิน

เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นหรือคะ ชั้นพูดออกไปสบายๆ เธอดูเหมือนจะตกใจเล็กน้อย และค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองชั้นเป็นครั้งแรกของเช้านี้ สิ่งที่เธอเห็นคือใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นที่ใครๆเห็นอยู่เสมอ สีหน้าเธอเธอดูจะงงๆแต่ก็โล่งใจที่ชั้นปล่อยให้เรื่องมันผ่านไป

ชุดนักเรียนแขวนอยู่ในห้องน้ำนะคะ ยังไงถ้าออกจากห้อง ช่วยล็อคประตูให้ด้วยนะคะ แล้วก็กรุณาอย่าชักช้าจนไปเรียนสายนะคะ เจอกันค่ะ ชั้นพูดพร้อมกับเดินออกจากห้อง โดยที่ไม่เหลียวกลับมองเด็กสาวบนเตียงอีกเลย

..............................

ใครกันนะที่เป็นคนค้นพบว่า การยิ้ม ใช้กล้ามเนื้อน้อยกว่าการทำหน้าบึ้งหลายเท่า ชั้นอยากจะไปถามเค้าเหลือเกิน ว่าทำไมมันถึงทำให้ชั้นเหนื่อยได้มากมายขนาดนี้...

อู้นักใช่มั๊ยเจ๊ แต่งเองซะเลย




ตั้งใจจะแต่งฟิคขำๆ ไหงเป็นแบบนี้ไปได้ Failed!! Orz

แล้วไม่รู้คิดไงแต่ง 1st person.. ปกติแค่อ่านยังไม่ค่อยชอบ.. ตกลงเลยขอประกาศ

DROP FIC..

เอาเหอะ ไหนๆก็หลวมตัวไปแล้ว..

ถาม:ตกลงเธอ เป็นใคร? 

ตอบ:คนนี้

/me โดนจับยัดคุกข้อหาพรากผู้เยาว์

/me มองหน้าเพื่อนๆร่วมห้องขัง

/me คุณผู้คุม ขอย้ายห้องขังได้มั๊ยคะ ห้องนี้รู้สึกไม่ค่อยเซฟ

ความจริงคือ ยังคิดไม่ออก เพราะเราไม่เคยจิ้นเซย์นะวายอย่างจริงจัง.. จริงๆไมได้โกหก ก็เลยเขียนไว้กลางๆ กะจะเปิด Vote ช่วยส่งแรงใจถึง V ที่คุณชื่นชอบ ปิดรับผลโหวดเวลา25นาฬิกาของทุกวันอาทิตย์..

...นี่ก็มั่ว...

เอาเป็นว่ามีตัวเลือก เอาไว้แบบนี้ แล้วถ้ามีอารมณ์+มุขไม่ตัน จะค่อยๆตัดออกไปทีละคนละกัน.. อ่านแล้วตัดกันเอง.. ไม่บอก

ประธานxเซย์นะ - อันนี้พอถูไถ

นานาโฮะxเซย์นะ - อันนี้จิ้นมันส์ดีนะ อินโนเซ้ยท์แบบนานาโฮะน่ะ.. มามะเดี๋ยวเจ๊สอนให้...

คุองxเซย์นะ - ไม่รู้จะจิ้นใครเคะแฮะ

โคโตฮะxเซย์นะ - อืม.. ที่ดุน่ะเพราะรัก

อายุมุxเซย์นะ - จะไหวมั๊ยนะ

มายุระxเซย์นะ - เฮอะๆๆ

อืม.. แค่นี้พอยังหว่า.. หรือเอาพวกนี้ด้วยดี

ผู้ดูแลxเซย์นะ - ยังไม่เลิก

ซายูริxเซย์นะ - น่าสนนะ

เรนxเซย์นะ - อันนี้จิ้นไม่ไหว มีอะไรคล้ายๆกันเกินไป

คาโอริxเซย์นะ - อันนี้คงต้องปล้ำลูกเดียว เพราะคาโอริสนแต่ประธาน

ซินดี้xเซย์นะ - เซย์นะปลอมตัวเป็นฟุ้ชจัง..

รินโนะxเซย์นะ - เฮ้ย..

/me วิ่งหนีไป

Smile: Chapter#2 ดวงตา

[จริงๆมันต้องเป็น1 เพราะอันที่แล้วเป็นบทนำ แต่กลัวคนมาทีหลังจะไม่ได้อ่านอันแรก นับเป็น2ไปละกัน]

ทำแบบนั้นคิดดีแล้วหรือคะ.. ฉันหันไปมองประธานซึ่งนั่งอยู่หลังโต๊ะตัวโตเหมือนทุกวัน รู้สึกตกใจเล็กน้อยกับคำพูดของเธอแต่ไม่ได้แสดงท่าทีออกมา ก็เรื่องการเก็บความรู้สึกน่ะ เป็น specialty ของชั้นอยู่แล้วนี่คะ

ประธานพูดถึงเรื่องอะไรเหรอคะ ชั้นตอบออกไปทั้งๆที่รู้ว่าเธอพูดถึงอะไร

เรื่องที่ประธานพูดถึงน่ะ คงหมายถึงเรื่องเมื่อคืน ชั้นเองก็ไม่คิดว่าจะปิดเรื่องนี้กับประธานได้หรอกนะ แต่ก็ยังตกใจนิดหน่อยเพราะไม่คิดว่าเธอจะถามขึ้นมาเร็วขนาดนี้ ปกติเธอเองก็ไม่ใช่คนที่จะเข้าไปยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของคนอื่นนี่นา

คานาเดะยังคงนั่งเท้าคางมองชั้นนิ่งๆ ทำให้ชั้นต้องลุกขึ้นไปยืนมองออกไปนอกหน้าต่าง เพื่อหลบสายตาที่เหมือนกำลังมองเข้าไปถึงส่วนลึกของจิตใจฉัน ไม่รู้ว่าทำไม ดวงตาคู่นี้ถึงสามารถทำให้ชั้นกระวนกระวายได้ขนาดนี้ แม้แต่โต๊ะตัวใหญ่ที่กั้นระหว่างชั้นกับคานาเดะก็ไม่ได้ช่วยให้ชั้นรู้สึกปลอดภัยจากสายตาของเธอได้เลย

นี่คงเป็นเพราะเราสองคนมีสายตาแบบเดียวกันละมั๊ง เพราะชั้นรู้ว่าตาคู่นั้นมองเห็นความลับที่ฉันซ่อนเอาไว้ แบบเดียวกับที่ฉันมองเห็นสิ่งที่คนอื่นๆปิดบังอยู่ รวมถึงความรู้สึกเธอคนนั้นซ่อนอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ ...มันช่างชัดเจนจนบางครั้งฉันก็คิดว่าคงจะดีไม่น้อยถ้าชั้นไม่สามารถมองเห็นมัน

มาเตือนกันตอนนี้ มันไม่สายไปหน่อยเหรอคะ ประธาน ชั้นตอบออกไปในที่สุดโดยไม่หันไปมองคานาเดะ

ชั้นได้ยินเสียงเธอลุกขึ้นจากเก้าอี้ และรู้สึกถึงความอบอุ่นของเธอที่เข้ามาอยู่ใกล้ๆชั้น

...ใกล้เกินไป...

ชั้นก้าวออกไปข้างๆก้างนึงเพื่อรักษาระยะห่าง

อย่าลืมนะคะ ว่าอีกหนึ่งเดือนจากนี้ เมื่อโรงเรียนเปิด คุณจะอยู่ที่นี่ในฐานะอาจารย์ ถ้าเรื่องแบบนี้เผยแพร่ออกไป จะกลายเป็นเรื่องใหญ่นะคะ คำพูดของเธอดูเหมือนจะคำตักเตือน แต่น้ำเสียงของเธอกลับอ่อนโยนเกินกว่าที่ชั้นจะเข้าใจ

ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เรื่องนั้นมันจบไปตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วล่ะค่ะ ส่วนเรื่องข่าวลือ.. ภาพแรกที่ชั้นนึกถึงคือเค้าคนนั้นที่เธอรัก เค้าจะทำหน้ายังไงนะเมื่อรู้เรื่องนี้.. แต่ภาพที่ตามมากลับเป็นแววตาอันเจ็บปวดของเธอที่ทำให้ชั้นตำหนิตัวเองที่คิดไปแบบนั้น แม้จะแค่ชั่วขณะนึงก็ตาม

ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เรื่องนั้นชั้นตั้งใจจะไม่ไห้เกิดขึ้นเด็ดขาดอยู่แล้ว น้ำเสียงที่แข็งกร้าว และภาพเด็กผู้หญิงหน้าตาขึงขัง ตาสีเข้มกว่าชั้นเล็กน้อยที่สะท้อนอยู่บนกระจกหน้าต่างตรงหน้าชั้น กลับไม่ทำให้ชั้นตกใจแม้แต่น้อย คานาเดะเองก็ดูเหมือนจะไม่ได้ใส่ใจเช่นกัน ชั้นหลับตาลง พยายามปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ

เซย์นะ คุณก็รู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะว่าคนที่เธอรักน่ะ.. เธออึ้งไปชั่วขณะ

ก็รู้ซิคะ ชั้นเป็นหัวหน้าหน่วยข่าวกรองนี่นา ชั้นตอบกลับไป ด้วยน้ำเสียงที่กลับมาเป็นปกติ

ถ้าอย่างนั้น ทำไมถึงไม่..

ตัดใจเหรอคะ ชั้นพูดขึ้นแทนคานาเดะที่น้ำเสียงค่อยๆเบาลงเรื่อย แล้วถ้าเป็นตัวคุณเอง คุณจะทำได้เหรอคะ

คำพูดของฉันทำให้เธอเงียบไป แต่มือที่อบอุ่นกลับเอื้อมมาจับต้นแขนของชั้นไว้แทน

เซย์นะ.. ไม่เป็นไรแน่นะคะ คำพูดของเธอทำให้ชั้นนึกชื่นชม ประธานคานาเดะ.. ถึงดูภายนอก เธอจะดูเฉยชา ไม่ค่อยสนใจเรื่องอื่นๆนอกจากเรื่องของริโนะ แต่ภายในแล้ว เธอใส่ใจกับเรื่องราวของพวกเราทุกๆคน ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหน เธอคอยเป็นห่วงเป็นใยและคอยให้ความช่วยเหลืออย่างเงียบๆไม่ให้ใครรู้ คงเป็นเพราะแบบนี้ละมั๊ง พวกเราทุกคนถึงพร้อมที่จะเดินตามเธอไป ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะยาวไกล และยากลำบากแค่ไหนก็ตาม

อะไรกันคะ ชั้นไม่อ่อนแอขนาดนั้นหรอกค่ะ ชั้นหันไปบอกคานาเดะด้วยท่าทางที่ร่าเริงเหมือนปกติ

เธอมองชั้นเหมือนยังสงสัย แต่ก่อนที่เธอจะพูดอะไรออกมา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น..

..............................

ยิ่งแต่งก็.. ยิ่งไม่พอใจ..

ชอบก็แย่งมาดิเจ๊ จะมัวไปคิดถึงคนอื่นทำไม..

แต่งเองบ่นเอง

Comment

Comment:

Tweet